ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวมองบรอคอยฟนิก DUBROVNIK โครเอเชีย  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2019 , 00:19:27
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 558
    • ดูรายละเอียด

เมืองมองบรอฟนิค ประเทศโครเอเชีย (Dubrovnik, Croatia)

ดูบคอยฟนิค เป็นอีกเมืองเก่าที่น่าดึงดูด และก็ยังได้รับการสรุปงย่องว่าเป็นเพชรนิลจินดาแห่งสมุทรเอเดรียติเตียนกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณได้มามองเห็นบ้านช่องที่ผลิตจากก้อนอิฐรวมทั้งมีหลังคาสีส้มเป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่รอบๆเชิงเขา แล้วก็มองเห็นทิวทัศน์สมุทรสูดลูกหูลูกตาละก็ นี่คือสิ่งที่รับประกันเจริญว่าดูบรอฟนิคเป็นเพชรนิลจินดาที่สมุทรเอเดรียติกอปิ้งตามที่เป็นจริง

เช้าวันใหม่ เรือ Regent Seven Seas Mariner มาจอดที่ท่าเรือเมืองดูบคอยฟนิกแล้วจ้ะ พวกเราจะท่องเที่ยวดูบรอฟนิก โครเอเชีย ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นเลิศในเมืองเก่าที่สวยที่สุดในยุโรป ได้รับฉายาว่า มุกแห่งทะเลเอเดรียว่ากล่าวก

ตรงนี้คือเราจะเดินดูวิว เดินเลียบทะเล มองเรือกับทิวทัศน์สวยๆน้ำใสปิ๊งๆเห็นตัวปลา

โดยส่วนที่น่าสนใจ จะเป็นเมืองเก่า Old Town Dubrovnik ที่ถูกปิดล้อมด้วยกำแพงโบราณที่สูงตระหง่าน และมีความยาวถึง 2 กิโลเมตร อยู่ตรงรอบๆพื้นที่ริมหาดอาเดรียตำหนิก แนวหลังติดอยู่สีส้มตระหง่านไปทั่วเมืองเก่า เป็นเขตชุมชนเริ่มแรกที่บรรพบุรุษชาวมองบรอคอยฟนิกมาก่อสร้างบ้านเมืองไว้ในศตวรรษที่ 7 และสร้างกำแพงเมืองที่แข็งแรงล้อมเมืองไว้ภายในศตวรรษที่ 13 เป็นกำแพงที่สมบูรณ์แล้วก็แกร่งมากจ้ะ บนกำแพงมีทั้งยังหอคอยและก็ป้อมปราการเพื่อคุ้มภัยจากศัตรูตัวอย่างเช่นชาวอาหรับรวมทั้งชาวเวนิซ ที่เป็นคู่ปรับกันมานานแสนนาน องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเก่าแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 แล้วก็ยังถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องGame of thrones อีกด้วยนะคะ เยี่ยมเล้ยยย!

ทางเข้าเมืองนั้นต้องเดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญเซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง ภายในมีสิ่งปลูกสร้างให้ท่องเที่ยวชมมากมายค่ะ อีกทั้งน้ำพุ Onofrio, โบสถ์ The Cathedral Treasury อันเก่าแก่, หอนาฬิกาโบราณ,วังเรคเตอร์ รวมทั้งร้านขายของ ค๊อฟฟี่ช็อป ร้านค้าไอติม ร้านขายของของที่ระลึกต่างๆเต็มไปโม้ดดด สวยรวมทั้งโรแมนติคมากๆแม้กระนั้นก็พบรอยลูกกระสุนและก็ร่องรอยความทรุดโทรมจากการทำศึกอยู่ทั่วๆไปในเมือง หากเช็คมอง ตามประวัติศาสตร์แล้ว

ตรงบริเวณท่าเรือ บรรยากาศงามมาก ชอบเมืองนี้มากๆจ้ะ คนใดกันแน่ได้โอกาสลองไปสัมผัสดูนะคะ โรแมนว่ากล่าวคจริงๆแล้วก็ช่วงบ่ายมีนั่งรถยนต์ไป Cavtat เพื่อลองเหล้าองุ่น เป็นขนมปัง ชีส และก็หมูแฮม ทานคู่กับไวน์เขตแดน ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น

เมืองดูบรอคอยฟนิค (Dubrovnik) เมืองชายฝั่งทะเลเอเดรียว่ากล่าวก บรรยากาศริมชายฝั่งทะเลที่มีบ้านเมืองหลังคากระเบื้องสีแสดสลับตามแนวริมตลิ่ง
• เมืองมองบรอฟนิค ขึ้นชื่อว่ายอดเยี่ยมในเมืองเก่าที่งามที่สุดในยุโรป นามสมมุติ "มุกที่ทะเลเอเดรียติเตียนก" ด้วยความพอดีของสถาปัตยกรรมแล้วก็แผนผังเมืองที่เรียบร้อย เป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 รวมทั้งมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการค้า จึงได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้เด่น ด้วยการตกแต่งราชสำนัก สร้างโบสถ์ วิหาร จัตุรัส น้ำพุ แล้วก็บ้านเมืองต่างๆแล้วก็ได้รับการบูรณะและเปลี่ยนแปลงอย่างงดงามตามช่วง
• เมืองดูบคอยฟนิค ยังมีประวัติศาสตร์เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ "เวนิซ" ในอิตาลี แล้วก็ "สปลิต" เมืองเลียบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนอีกเมืองของโครเอเชียในอดีต ดูบรอคอยฟนิกมีความจำเป็นทางการค้าอย่างยิ่งในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลและก็ควบคุมการค้าทางทะเลมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เพราะเหตุว่ามีบทบาทเป็นเมืองที่เชื่อมการค้าระหว่างฝั่งทิศตะวันออกแล้วก็ตะวันตกของสมุทรเอเดรียว่ากล่าวก เรียกว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของสาธารณรัฐก็ว่าได้
• ในช่วงศตวรรษที่ 14-17 มองบคอยฟนิคก็เลยร่ำรวยมีเงินทองมากสำหรับเพื่อการตกแต่งประเทศชาติให้สวยงาม และก็พระราชสำนัก โบสถ์ วิหารภาพสวยของเมืองปัจจุบันนี้ ผู้ใดกันแน่จะทราบว่าในอดีตกาลดูบคอยฟนิกจำเป็นต้องผ่านเรื่องที่ได้รับความทรุดโทรมอย่างมากจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 4 เล็กน้อยของเมืองจมหายไปในทะเล ข้างหลังผ่านเหตุการณ์จากภัยธรรมชาติก็จำต้องมาเจอภัยจากมือมนุษย์เมื่อตกเป็นจุดมุ่งหมายโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟในปี 1990 บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆได้รับความย่ำแย่โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตของมนุษย์ที่หายไปในกองเพลิงการศึกนับแสนคน เหลือไว้ก็แม้กระนั้นรายนามในพิพิธภัณฑสถาน
• ในตัวเมืองดูบรอฟนิค เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม ทั้งโกธิก เรอเนสซองส์ และบาร็อค บรรยากาศสงบ เย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวเกินความจำเป็น เนื่องจากมีลักษณะอากาศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน อุณหภูมิระหว่างปีของเมืองนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 17 องศา ไม่หนาวไม่ร้อนในฤดูหนาวอากาศประมาณ 10 องศา อาจมีฝนตกแม้กระนั้นหิมะไม่มีหลายครั้งนัก มองบรอฟนิกก็เลยเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวยุโรปเป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้คนเอเชียเริ่มที่จะท่องเที่ยวมากขึ้น
• เขตเมืองเก่า (Old Town) ของเมืองดูบลอฟนิค ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 ดูทิวทัศน์ของเมืองเก่ามีป้อมปราการโบราณความยาว 190 เมตรล้อม นำท่านเดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมืองเพื่อเข้าสู่ศูนย์กลางเมืองเก่า ชม น้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่ของนักออกแบบผู้สร้างน้ำพุแห่งนี้ นำท่านเข้าชม The Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์โบราณที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าวาณิชที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต นำท่านถ่ายรูปกับ หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) แล้วนำท่านเข้าชม วังเรคเตอร์ (Rector's Palace) พระราชวังที่ผลิตขึ้นโดยผสมผสานศิลป์ทั้งยังแบบโกธิค, เรเนซองส์รวมทั้งบาโร๊ค ถึงเวลานำท่านแวะชมรวมทั้งถ่ายภาพกับ สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) ทำขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันนี้ได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารและก็สำนักงานส่วนราชการ นำท่านเดินผ่านถนนหนทางสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ลำดับที่สองข้างทางรายล้อมไปด้วยตึกสไตล์โรมัน โกธิค และก็ร้านค้า ค๊อฟฟี่ช็อป ร้านไอศครีม ร้านขายของของที่ระลึกต่างๆมากมาย
• กำแพงเมืองโบราณในเขตเมืองเก่า ตั้งสูงเด่นปิดล้อมชุมชนยาวกว่า1,940 เมตร เป็นกำแพงเมืองที่มีโครงสร้างสมบูรณ์และก็อดทนมาก บนกำแพงมีทั้งยังหอคอยแล้วก็ป้อมปราการ ใช้ป้องกันภัยจากศัตรู ยกตัวอย่างเช่น พวกเซิร์บ อาหรับฯลฯ ถึงแม้ปัจจุบันก็ยังคงใช้งานได้อยู่ กำแพงเมืองเก่าที่นี้ได้รับการจดทะเบียนจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติให้เป็นมรดกโลกด้วย
• เรกเตอร์ พาเลซ ตึกประตูโค้งมีเสาแกะสวยงามเรียงต่อกันเป็นแถว ที่นี่เคยเป็นอาคารว่าการของสาธารณรัฐมองบรอคอยฟนิก ตัวตึกเป็นศิลป์ผสมโกธิก เรอเนสซองส์ รวมทั้งบาร็อค ตัวตึกเคยถูกระเบิดพังทลายถึงสองครั้ง แต่ก็ได้สร้างและก็ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ ตอนนี้เรกเตอร์ พาเลซ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงการสร้างเมืองตั้งแต่หนแรก และก็ใช้เป็นสถานที่จัดโชว์คอนเสิร์ต
• ประตูเมือง (Pile Gate) สร้างไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 น้ำพุโบราณทรงกลม (Onfrio Fountain) เป็นน้ำพุที่ใช้เป็นเสมือนน้ำก๊อกในเมือง วิหารFranciscan Monastery สถาปัตยกรรมแบบโกธิค
• สี่เหลี่ยมจัตุรัสกลางเมือง เป็นแหล่งทำกิจกรรมต่างๆของเมืองในอดีต มีเสาหินอัศวิน (Orlando Column) หอนาฬิกา (Bell Tower) ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1444
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : firstatomtech

ที่มา : http://firstatomtech.com/

Tags : http://firstatomtech.com/,firstatomtech